กันซึมผนังกับดาดฟ้า ใช้วัสดุกันซึมตัวเดียวกันได้หรือไม่

ประเทศไทยเรามีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นฝนตกชุก ทำให้มีความชื้นในอากาศ และในดินค่อนข้างสูง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว คอนกรีตจะกักเก็บความร้อนเอาไว้และถ่ายเทออกในตอนกลางคืน ทำให้คอนกรีตมักมีการขยายและหดตัวอยู่ตลอด จนอาจเกิดการแตกร้าวได้

ดังนั้นหากเป็น ลานคอนกรีตกว้าง หรือไม่มีการเว้นร่องรอยต่อ การใช้แผ่นกันซึม ก็จัดเป็นฉนวนชนิดหนึ่งที่ช่วยลดการดูดซึมความร้อนเข้าสู่เนื้อคอนกรีตได้เป็นอย่างดี และหากมีการแตกร้าวเกิดขึ้น แผ่นกันซึม ที่ทางช่างรับซ่อมหลังคารั่วเลือกใช้ ก็สามารถป้องกันน้ำ ไม่ให้ทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินได้ ดังนั้นการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ก็ตาม จำเป็นต้องมีการออกแบบและวางข้อกำหนดต่างๆ รองรับ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ เนื่องจากต้นตอของปัญหาการรั่วซึมต่างๆ มีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้

1. รอยต่อของโครงสร้างคอนกรีต มักเกิดกับโครงสร้างคอนกรีตที่ต้องเททีละส่วน เช่น ผนังชั้นใต้ดิน พื้นดาดฟ้า บ่อเก็บน้ำ หรือสระน้ำขนาดใหญ่

2. ส่วนผสมของคอนกรีตผิดสัดส่วน ไม่ถูกต้อง การเทคอนกรีตไม่ดีพอ

3. ขาดความรู้ในการก่อสร้าง หรือการเลือกใช้วัสดุกันซึมที่ไม่มีคุณภาพ

ส่วนกรณีของดาดฟ้า สำหรับใครที่ยังมีคำถามว่า ผนังใช้วัสดุกันซึมชนิดเดียวกันหรือไม่ วันนี้เราไปดูรายละเอียดของวัสดุกันซึม ที่ใช้เวลารับซ่อมหลังคารั่ว กันค่ะ

สำหรับ วัสดุระบบป้องกันการรั่วซึม ที่ใช้ในการรับซ่อมหลังคารั่ว ทั่วไป แบ่งวัสดุและระบบงานประเภทนี้ ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ประเภททาเคลือบ (Coating) และ ประเภทแผ่นสำเร็จรูปจากโรงงาน (Membrane) 

          1.ประเภททาเคลือบ (Coating) กรรมวิธีคือ จะใช้น้ำยาทาที่พื้นผิวอย่างน้อย 2 ครั้ง เมื่อน้ำยาแห้งก็จะกลายเป็นฟิล์มบาง ๆ ประมาณ 600 - 1000 ไมครอน หรือมากกว่านั้น ตามคุณสมบัติของแต่ละวัสดุ ซึ่งจะแบ่งประเภทน้ำยาออกได้อีก 2 ประเภท คือ

1.แบบทนรังสี UV ได้ จะเป็นน้ำยาที่มีส่วนผสมของ ACRYLIC เหมาะใช้กับด้านนอกอาคารดาดฟ้าผนังด้านนอก

2.แบบไม่ทนต่อรังสี UV หรือเป็นแบบกันซึมทั่วไป พวกนี้จะใช้ทาภายในหรือมีการฉาบปิด เช่น ในบ่อเก็บน้ำใต้ดิน สระว่ายน้ำ แท้งค์น้ำ ห้องน้ำ

โดยทั้ง 2 ประเภทนี้แบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ

1.ชนิด CEMENT BASE เป็นพวกไม่มีความยืดหยุ่น แบ่งเป็นประเภททาเคลือบปิดผิวกันน้ำซึมผ่าน และประเภทเคมีในวัสดุทาเคลือบ โดยจะทำปฏิกิริยากับน้ำและปูนขาวในเนื้อคอนกรีต เป็นฟิล์มอุดรูพรุนเล็ก ๆ ที่ผิว และเนื้อคอนกรีต

2.ชนิด WATER BASE ชนิดนี้เป็นพวกยางมะตอยปรุงแต่งประเภท RUBBER BITUMEN เช่น MULSEAL, FLINKOTE, EVODE โดยมากพวกนี้เป็นสูตรที่ต้องผสมน้ำ

3.ชนิด SOVENT BASE ชนิดนี้คล้ายแบบที่ 2 แต่เป็นสูตรผสมกับทินเนอร์ หรือแอลกอฮอลล์

4.ชนิดมีความยืดหยุ่นสูง สามารถขยายหรือยืดออกไปได้ตั้งแต่ 300-1,300% หรือมากกว่า ส่วนมากเป็นพวกยางสังเคราะห์ (SYNTHETIC RUBBER) มีทั้งชนิดเป็น WATER BASE และ SOVENT BASE เช่น ACRYLIC, POLYURETHANE และ NEOPRENE BITUME

2. ประเภทแผ่นสำเร็จรูปจากโรงงาน (Membrane) ทำจากยางประเภทดัดแปลงจากสารธรรมชาติที่ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนเป็นส่วนใหญ่ เป็นที่นิยมใช้มากในประเทศไทย เนื่องจากทนร้อนและทน UV ได้ดี ซึ่งประเภทนี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ชนิดแผ่นมีกาวในตัว (SELF ADHESIVE)
  • ชนิดแผ่นไม่มีกาวในตัวเอง (NON SELF ADHESIVE)

2.1 ชนิดแผ่นมีกาวในตัว (SELF ADHESIVE) แผ่นปูหนาประมาณ 1.5-2 mm. ผิวของแผ่นส่วนมาก จะทำด้วยแผ่นพลาสติก และบางชนิดก็จะทำเป็นผิวทรายละเอียด, ผิวเกร็ดหิน หรือผิวโลหะฟอยล์ และมีการแยกย่อยออกเป็นอีก 2 ประเภทคือ

- ชนิดที่ไม่มีการเสริมความแข็งแรงของแผ่น

- ชนิดที่มีการเสริมความแข็งแรงของแผ่น ด้วยพลาสติก หรือใยแก้ว

ส่วนการปูแผ่น เวลาให้บริการ รับซ่อมหลังคารั่ว จะใช้กาวใต้แผ่นเป็นตัวยึดติดกับผิวคอนกรีต ในลักษณะเต็มแผ่น โดยใช้กาวที่เป็นเนื้อยางหรือกาวที่ทำหนาขึ้นมาเป็นพิเศษ

2.2 ชนิดแผ่นไม่มีกาวในตัวเอง (NON SELF ADHESIVE) แบ่งเป็น 3 ประเภทตามเทคนิคในการปู
            2.2.1 เทคนิคการปูและเชื่อมรอยซ้อนทับต่อแผ่นด้วยความร้อน

            2.2.2 เทคนิคการปูแผ่น ด้วยการใช้กาว

            2.2.3 เทคนิคการปูแผ่นและเชื่อมรอยต่อด้วยระบบเทร้อน 

แต่คำถามถัดมาก็คือ เราต้องเลือกใช้วัสดุ-ระบบป้องกันการรั่วซึมอย่างไร? ให้เหมาะสม คำตอบหลักๆ ก็จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของโครงสร้าง ที่จะทำการป้องกัน ซึ่งได้แก่

1.      ส่วนที่อยู่ต่ำกว่าระดับดิน-ทั้งส่วนพื้นและผนัง ได้แก่ ส่วนที่เป็นห้องใต้ดิน อุโมงค์ จะนิยมใช้การกันซึม ด้วยแผ่นกันซึมชนิดแผ่นมีกาวในตัว (SELF ADHESIVE) เพราะด้วยผิวที่เป็นพลาสติกจะทำหน้าที่ ยึดเกาะกับใต้ผิวพื้นคอนกรีตคอนกรีตหล่อได้ดี ในขณะที่ ระบบทาเคลือบใช้กับงานผิวคอนกรีตหยาบ ซึ่งเราก็ต้อง เทคอนกรีตหยาบลงในชั้นแรกก่อนการเทคอนกรีตพื้นจริง ทับ เมื่อคอนกรีตหยาบแตกร้าว ระบบทาเคลือบนี้ก็จะ เสียหายตามไปด้วย

2.      ผนัง - เหนือระดับดิน ระบบ CEMENT BASE จะเหมาะกับผิวผนังที่เปียกชื้น ไม่สามารถทำให้แห้งได้ มักเกิดในที่ที่ฝนตกชุก แต่หากเป็นที่แห้งจะได้ใช้ทั้ง ระบบทาเคลือบชนิดอื่น ๆ และระบบแผ่นสำเร็จรูป โดยเฉพาะชนิดแผ่นมีกาวในตัว จะสะดวกในการติดตั้ง โอกาสผิดพลาดน้อย อายุการใช้งานในดินจะยาวกว่า ระบบแผ่นชนิดอื่น

3.      หลังคาคอนกรีต นิยมใช้การปูแผ่นสำเร็จรูป ซึ่งทำได้ 2 กรณี คือ ระบบเต็มแผ่น (FULLY BOND) ชนิดแผ่นมีกาวในตัว (SELF ADHESIVE) จะมี ราคาถูก แต่โดยมากหลายยี่ห้อจะต้องเทคอนกรีตทับหน้า (Topping) ด้วย เพื่อป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ แต่หากใช้ระบบการปูและเชื่อมรอยซ้อนทับ ต่อแผ่นด้วยความร้อน (TORCH ON SYSTEM) จะมีราคาสูง แต่เมื่องานแล้วเสร็จ ก็จะสามารถใช้งานพื้นหลังคาได้โดยไม่ต้องเทคอนกรีตทับหน้า (Topping) 

แต่ในปัจจุบัน มีการพัฒนาแผ่นกันซึมชนิดใหม่ คือ Dimple sheet และ drainage membrane เป็นวัสดุที่มีผิวขรุขระ มีร่องลึกเพื่อใช้ในการระบายน้ำได้ดี นิยมใช้เวลาให้บริการรับซ่อมหลังคารั่วโดยทั่วไปในต่างประเทศ

ดังนั้น การใช้วัสดุกันรั่วซึมของผนังกับดาดฟ้าย่อมจะต้องมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน แม้แต่ผนังหรือดาดฟ้าด้วยกันเอง ก็ยังอาจจะใช้วัสดุที่แตกต่างได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของปัญหาที่พบ ดังนั้น ถ้าต้องการซ่อมแซมผนังหรือหลังคาให้กลับมาสวยเหมือนใหม่ การเลือกใช้บริการรับซ่อมหลังคารั่วจากมืออาชีพ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะคะ ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

Visitors: 13,218