ดาดฟ้ารั่ว ปัญหาสุดสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม

ตึกและอาคารแบบสมัยใหม่ หรือที่เรียกว่าแบบโมเดิร์นทุกวันนี้ ส่วนมากเป็นแบบเรียบ ไม่มีหลังคามุง  มักจะอยู่ในรูปของหลังคาคอนกรีตหล่อในที่ หรือ “หลังคา Flat Slab”  ซึ่งเรามักเรียกกันว่า “ดาดฟ้าคอนกรีต”  มีข้อดีคือ ได้พื้นที่ใช้งานเพิ่มบริเวณดาดฟ้า และยังดูเหมาะกับบ้านทรงกล่องสไตล์โมเดิร์นอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ ก็ยังติดปัญหาอยู่นิดนึงในจุดที่ว่า ขั้นตอนการออกแบบและการก่อสร้างดาดฟ้าคอนกรีตต้องคำนึงถึงการป้องกันเรื่องการรั่วซึมอย่างจริงจัง เพราะบางที ปัญหาทั่วๆ ไปอย่างหลังคารั่ว อาจส่งผลต่อคุณและบ้านของคุณมากกว่าที่คิดก็ได้

การก่อสร้างที่ถูกวิธีป้องกันดาดฟ้ารั่ว

การป้องกันการรั่วซึมให้ได้ประสิทธิภาพนั้น ข้อสำคัญที่สุด คือการก่อสร้างที่ถูกวิธี พื้นดาดฟ้าไม่ควรจะใช้โครงสร้างพื้นสำเร็จเพราะอาจเกิดการรั่วซึมระหว่างรอยต่อได้ ควรเลือกใช้พื้นชนิดหล่อในที่ คือการเทคอนกรีตลงในไม้แบบโดยมีการเสริมเหล็กไว้ภายในแบบที่จะทำการหล่อ การหล่อดาดฟ้าคอนกรีตที่ได้มาตรฐานควรมีความหนาประมาณ 12-15 เซนติเมตร เพื่อให้มีความทึบน้ำมากพอ และช่วยหน่วงน้ำฝนไหลลงท่อระบายน้ำหมด ก่อนที่จะมีการซึมลงบริเวณด้านล่างซึ่งอาจจะทำความเสียหายให้แก่ฝ้าเพดาน ตลอดจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่พื้นที่ใช้งานด้านล่าง นอกจากนี้การที่มีน้ำซึมเป็นระยะเวลานานๆ อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนจากความชื้นในคอนกรีตที่ส่งผลให้เหล็กภายในเป็นสนิม ซึ่งหากเราหล่อคอนกรีตบางเกินไป อาจส่งผลให้พื้นดาดฟ้าคอนกรีตเกิดการกะเทาะอันเนื่องมาจากการขยายตัวของสนิมเหล็กได้ นอกจากนี้คอนกรีตที่ใช้เทดาดฟ้าต้องมีการผสมน้ำยากันซึมในปริมาตรที่พอดี (มากไปคอนกรีตจะไม่ค่อยแข็งตัว น้อยไปอาจทำให้ทึบน้ำไม่พอ)

ระบบระบายน้ำที่ดีช่วยป้องกันปัญหาได้มากกว่าครึ่งแล้ว

ดาดฟ้าที่ดีทางทีมงานผู้รับซ่อมหลังคารั่ว แนะนำว่า ควรมีการออกแบบให้ผืนหลังคามีความลาดเอียงไปสู่ท่อระบายน้ำ เพื่อช่วยให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น โดยจะต้องวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนทำแบบก่อสร้างเพื่อออกแบบโครงสร้างให้ได้ระดับความลาดเอียงที่เหมาะสม ตามปกติพื้นบริเวณดาดฟ้าควรมีความลาดเอียงอย่างน้อย 1 : 200 (หมายความว่าในระยะ 200 เมตรระดับจะต้องลดลง 1 เมตร หรือ 20 เมตร ลดลง 10 เซนติเมตร เป็นต้น) ทั้งนี้ ควรทำการวางผังท่องานระบบบริเวณดาดฟ้าที่จะใช้งานไว้เลย ไม่ควรทำการวางท่องานระบบในภายหลังเพราะมีโอกาสที่จะเกิดการรั่วซึมได้มาก สำหรับท่อระบายน้ำบริเวณดาดฟ้า (Roof Drain) ควรใช้ขนาดใหญ่ ชนิดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 3 นิ้ว และควรมีมากกว่า 2 จุด เพื่อช่วยระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นควรเลือกใช้ฝาครอบท่อชนิดหัวกะโหลกเพื่อป้องกันเศษขยะและใบไม้ที่อาจจะเข้าไปอุดตันได้ 

การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการรั่วซึม

การหล่อพื้นคอนกรีตในบริเวณที่ต้องเผชิญกับความชื้นมากๆ อย่างดาดฟ้าหรือห้องน้ำ จะมีการผสมน้ำยากันซึมลงไปในเนื้อคอนกรีตอยู่แล้ว แต่น้ำยากันซึมในคอนกรีตเองก็มีอายุการใช้งานจำกัด ทั้งยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้นอย่างเช่นแสงแดด และยิ่งหากเกิดรอยร้าวในเนื้อคอนกรีตเมื่อไหร่ยิ่งทำให้เกิดโอกาสรั่วซึมได้ง่ายมาก ดังนั้น เพื่อให้การป้องกันการรั่วซึมมีประสิทธิภาพมากขึ้นควรทำระบบกันซึมเพิ่มเติม ซึ่งมีทั้งแบบแผ่นยางและแบบน้ำยากันซึม ระบบกันซึมเหล่านี้นอกจากจะช่วยป้องกันการรั่วซึมแล้ว ยังช่วยปกป้องพื้นผิวของดาดฟ้าคอนกรีตจากแสงแดดได้ด้วย โดยแต่ละชนิดที่ผู้รับซ่อมหลังคารั่วใช้ก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น

           - แบบเป็นแผ่นสำเร็จรูปมาปูปิดทับ มีกรรมวิธีในการติดตั้งหลักๆ อยู่ 2 วิธี คือแบบที่มีกาวอยู่ในตัวเอง และแบบที่ต้องใช้ความร้อนเพื่อให้แผ่นรองพลาสติกใต้แผ่นละลายเป็นกาวเหลวยึดติดกับแผ่นหลังคาคอนกรีต หรือที่เรียกกันว่า วัสดุกันซึมชนิด Bitumen เหมาะสำหรับพื้นที่กว้างโล่ง ไม่มีเหลี่ยมมุมหรือซอกหลืบมาก เพราะการเข้ามาเก็บงานของระบบนี้ทำได้ยากกว่าระบบทา และหากผู้รับซ่อมหลังคารั่วเก็บงานไม่ดีพอจนเกิดการรั่วซึมนั้น มีโอกาสสูงที่จะต้องรื้อทำใหม่
          - แบบเป็นของเหลวนำมาพ่นหรือทา มักใช้กับพื้นที่ที่มีซอกมุมมาก เพราะเก็บงานได้ดีกว่าแบบแผ่นสำเร็จรูป เช่น Acrylic Polymer หรือ Polyurethane 


นอกจากนี้ยังมีวัสดุอื่นๆ ให้เลือกใช้อีก เช่น แผ่นตาข่ายไฟเบอร์เสริมแรงสำหรับงานกันซึม ซึ่งติดตั้งง่ายและหาซื้อได้ทั่วไป อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเลือกใช้วัสดุกันซึมประเภทใด ข้อสำคัญคือการติดตั้งจะต้องเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม

อย่างไรก็ดีการรั่วซึมของดาดฟ้าคอนกรีตเป็นไปได้หลายสาเหตุ เช่น การติดตั้งพื้นคอนกรีตที่ไม่ได้มาตรฐาน การผจญกับแสงแดดเป็นเวลานาน หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและอุณหภูมิ ที่ทำให้เนื้อคอนกรีตยืดหดจนเกิดการแตกร้าว รวมถึงการเสื่อมสภาพของน้ำยากันซึม เป็นต้น เมื่อเกิดปัญหาดาดฟ้าคอนกรีตรั่วซึม ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือหาต้นตอจุดรั่วซึมที่แท้จริงให้เจอ เนื่องจากแต่ละบริเวณก็จะมีวิธีซ่อมแซมแตกต่างกันไป  โดยหลักๆ มักจะดูว่า รอยแตกร้าว เกิดขึ้น บริเวณกลางอาคาร หรือ บริเวณรอยต่อโครงสร้าง 

ารรั่วซึมที่เกิดบริเวณกลางอาคาร 

ก่อนอื่นทีมงานผู้รับซ่อมหลังคารั่วจะต้องทำการตรวจสอบพื้นผิวคอนกรีต ว่าเกิดจากสาเหตุเรื่องระดับพื้นความลาดเอียงไม่เหมาะสม หรือเกิดรอยแตกร้าวที่พื้นคอนกรีต หากเป็นกรณีที่มีความลาดเอียงไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถสังเกตได้จากบริเวณพื้นคอนกรีตมีแอ่งน้ำขัง เมื่อปล่อยไว้นานๆ อาจทำให้เกิดการซึมลงพื้นคอนกรีตและรั่วลงสู่บริเวณด้านล่างได้ จึงควรมีการปรับระดับและความลาดเอียงของพื้นคอนกรีตให้สามารถระบายน้ำไปยังบริเวณท่อน้ำทิ้งอย่างเหมาะสม โดยการใช้ปูนทรายปรับระดับผสมน้ำยากันซึม แต่ไม่ควรหนามากกว่า 2 เซนติเมตร เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้คอนกรีตมากเกินไป จากนั้นจึงเตรียมระบบกันซึมให้พื้นซึ่งมีให้เลือกใช้หลายประเภททั้งแบบทาเคลือบ แบบโพลียูรีเทนและอะคริลิค หรือจะเป็นแบบแผ่นสำเร็จรูป หากพบว่าผิวคอนกรีตมีการแตกร้าวเสียหายให้ซ่อมรอยร้าวเสียก่อน โดยถ้าเป็นรอยร้าวที่มีขนาดร่องเล็ก ควรเปิดร่องให้กว้างขึ้นเล็กน้อยที่บริเวณผิวหน้า อาจใช้ปลายตะปูหรือไขควงขูดเปิดผิวร่อง และผู้รับซ่อมหลังคารั่วจะซ่อมแซมด้วยปูนสำหรับงานซ่อมที่มีกำลังสูงสำหรับเพิ่มแรงยึดเหนี่ยว หรือที่เรียกว่า Non Shrink Grout จากนั้นจึงทำระบบกันซึมต่อไป



การรั่วซึมที่เกิดบริเวณรอยต่อของโครงสร้าง 

สามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือจะพบว่ามีรอยน้ำบริเวณมุมห้อง หรือตามรอยต่อระหว่างผนังและคานบริเวณท้องพื้น กรณีนี้อาจเกิดจากบริเวณโครงสร้างดังกล่าวมีช่องว่างระหว่างรอยต่อทำให้น้ำซึมลงมา ซึ่งสามารถแก้ไขได้ตามวิธีข้างต้นเช่นกัน คือซ่อมแซมช่องว่างระหว่างรอยต่อนั้นๆ ด้วยวัสดุทากันซึมที่เหมาะสมกับพื้นผิว จากนั้นจึงทำการติดตั้งระบบกันซึม ทั้งนี้ ตามมาตรฐานของการติดตั้งระบบกันซึมที่พื้นควรทำให้ลามขึ้นมาถึงผนังอีกประมาณ 10 เซนติเมตรด้วย เพื่อป้องกันการรั่วซึมระหว่างรอยต่อของโครงสร้าง

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทุกบ้านควรคำนึงถึง ก็คือ การเลือกทีมงานช่างผู้รับซ่อมหลังคารั่วที่ชำนาญมาช่วยแก้ไขปัญหาดาดฟ้ารั่วให้ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะคะ ที่เราสามารถมั่นใจได้ในผลงานและไม่ต้องกังวลว่าจะรั่วซ้ำอีกอย่างแน่นอน

Visitors: 13,218