ทำยังไงดี? ถ้าบ้านเราหลังคารั่ว!!!

ช่วงฤดูฝนแบบนี้ หลายๆ บ้านคงเจอปัญหาหลังคารั่วกันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย จริงไหมคะ? แล้วจะมีวิธีไหนไหม ที่จะช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ เหล่านี้ให้หมดไปซักที วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

แต่ก่อนจะพูดกันในส่วนของการแก้ไขปัญหาหลังคารั่ว เรามาทำความรู้จักกับหลังคาประเภทต่างๆ กันก่อนนะคะ จะได้แก้ปัญหาการซ่อมได้ถูกต้องตรงจุด หรือจะใช้บริการทีมงานรับซ่อมหลังคารั่ว ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะหลังคาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากๆ ใช้กันแดด กันฝน ทำให้คนที่อยู่ในบ้านปลอดภัย ซึ่งสำหรับรูปแบบของหลังคาบ้านที่นิยมใช้กันในปัจจุบันนี้ ก็มีอยู่ทั้งหมด 5 แบบ ด้วยกัน คือ

1.หลังคา แบน หรือหลังคา SLAB ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นิยมตามบ้านแบบโมเดิร์น หรืออาคารสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นส่วนมากแล้วมักนิยมทำด้วยหลังคาชนิดนี้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยบนหลังคา เช่น ใช้เป็นที่พักผ่อน ตากผ้า หรือจัดสวนบนหลังคา ส่วนข้อเสียของหลังคาแบบนี้ คือ วัสดุเป็นคอนกรีตจะสะสมความร้อนไว้มากกว่าหลังคาแบบอื่นๆ ทำให้เกิดการคายความร้อนออกมาในช่วงที่อากาศเย็นลง คือ เวลากลางคืน ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนอบอ้าวเมื่อกลับมาบ้านในเวลาเย็น แถมการที่หลังคาแบนมีความลาดเอียงเล็กน้อย มักจะทำให้น้ำฝนขังอยู่บนหลังคาได้ง่าย จนเกิดการรั่วซึมอยู่บ่อยๆ ดังนั้น ถ้าเกิดกรณีรั่วซึมหนักขึ้นมา แนะนำให้ใช้บริการรับซ่อมหลังคารั่ว กันจะดีกว่านะคะ เพราะการันตีได้เลยว่า จะช่วยแก้ปัญหานี้ให้คุณได้อย่างแน่นอน

2. หลังคาเพิงหมาแหงน คือ เป็นหลังคาที่ยกให้อีกด้านสูงกว่าอีกด้านหนึ่ง สามารถระบายน้ำฝนได้ เหมาะสมสำหรับบ้านขนาดเล็ก ก่อสร้างง่าย รวดเร็ว ราคาประหยัด ต้องให้หลังคามีองศาความลาดเอียงมากพอ ที่จะระบายน้ำฝนออกได้ทันไม่ไหลย้อนซึมกลับเข้าไป ก็จะช่วยป้องกันปัญหาหลังคารั่วซ้ำหลังจากซ่อมแซมแล้วได้

3. หลังคาทรงมนิลา หรือหลังคาหน้าจั่ว คือ หลังคาที่มีสันตรงกลางและลาดลงทั้ง 2 ข้าง เป็นหลังคาที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทยเรา ความสะดวกในการก่อสร้าง สามารถกันแดดกันฝนได้ดี และสามารถระบายความร้อน ใต้หลังคาได้ดีอีกด้วย ซึ่งใต้หลังคาจะมีพื้นที่เยอะ

4. หลังคาทรงปั้นหยา เป็นหลังคาที่กันแดดกันฝน ได้ทุกด้าน แต่ราคาค่อนข้างแพง เนื่องจากเปลืองวัสดุมากกว่าหลังคาชนิดอื่นๆ ที่สำคัญต้องใช้ช่างที่มีฝีมือพอสมควรในการก่อสร้าง มีรายละเอียดเยอะกว่าหลังคาชนิดอื่นๆ หลังคาปั้นหยาพบเห็นได้ในอาคารจำพวกรีสอร์ท หรือบังกะโล ไปจนถึงเรือนไทยซึ่งคุณสมบัติเด่นของมันคือการที่กันลมได้ดีกว่าหลังคาอื่น

5. หลังคาปีกผีเสื้อ หลังคาชนิดนี้ประกอบด้วยหลังคาเพิงหมาแหงน 2 หลังหันด้านที่ต่ำกว่ามาชนกัน ไม่ค่อยเหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุกแบบเมืองไทยสักเท่าไร เนื่องจากต้องมีรางน้ำที่รองรับน้ำฝนจากหลังคาทั้ง 2 ด้าน ทำให้รางน้ำมีโอกาสรั่วซึมได้สูง จึงไม่เป็นที่นิยมสร้างกันมากนัก ยกเว้นอาคารที่ต้องการลักษณะเฉพาะพิเศษที่แปลกตาออกไป

นอกจากเรื่องแบบของหลังคาที่เราควรทำความเข้าใจแล้ว วัสดุที่ใช้มุงหลังคาก็เป็นสิ่งมองข้ามไม่ได้ในการพิจารณา หลักๆ ที่ใช้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1. วัสดุมุงหลังคาชนิดแผ่นกระเบื้อง 

- กระเบื้องดินเผา เป็นวัสดุธรรมชาติใช้ปัจจุบันใช้มุงหลังคาที่ต้องการโชว์หลังคาเช่น บ้านทรงไทย โบสถ์ วิหารกระเบื้องชนิดนี้ใช้มุงหลังคาที่มีความลาดเอียงมากๆ เพราะมีโอกาสจะรั่วได้

- กระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องซีเมนต์ มีความแข็งแรงและสวยงามแต่มีราคาค่อนค้างแพง และมีน้ำหนักมาก โครงหลังคาที่จะมุงด้วยกระเบื้องชนิดนี้ต้องแข็งแรงเพื่อรับน้ำหนักวัสดุมุงหลังคา กระเบื้องซีเมนต์มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันคือ กระเบื้องสี่เหลียมขนมเปียกปูน ขนาดเล็กที่ใช้มุงกับหลังคาที่มีความลาดเอียงตั้งแต่ 30-45 องศา ส่วนอีกชนิดนั้นเป็นกระเบื้องที่เรียกกันว่า กระเบื้องโมเนียร์ซึ่งสามารถมุงหลังคาในความชันตั้งแต่ 17 องศา

- กระเบื้องลอนคู่ ระบายน้ำได้ดีกว่ากระเบื้องลูกฟูกเนื่องจากมีลอนที่ลึกและกว้างกว่า จึงนิยมใช้มุงหลังคามากกว่ากระเบื้องคอนกรีตแผ่นเรียบ หรือเรียกว่าแผ่นชิงเกิ้ล มีความสวยงามเพราะผิวกระเบื้องมีความเนียนเรียบ

- กระเบื้องซีเมนต์ใยหิน หรือกระเบื้องเอสเบสทอสซีเมนต์ มีคุณสมบัติกันไฟ เป็นฉนวนป้องกันความร้อน ราคาไม่แพงและมุงหลังคาที่มีความลาดชันตั้งแต่ 10 องศา มีทั้งขนาดที่ใช้กับบ้านพักอาศัย และอาคารขนาดใหญ่กว่า

2. วัสดุมุงหลังคาโลหะ (Metal Sheet) หรือหลังคาเหล็กรีด ทำจากแผ่นเหล็กอาบสังกะสีดัดเป็นลอน เคลือบสี จะมีรอยต่อน้อย สามารถรีดเป็นแผ่นยาวตลอดได้ จึงลดปัญหาการรั่วซึม นิยมใช้ในการมุงหลังคาขนาดใหญ่เพิ่มสีสันให้กับอาคารสมัยใหม่ เพราะให้ความรู้สึกบางเรียบ และสามารถดัดทำหลังคาโค้งได้สะดวก แต่วัสดุชนิดนี้มีปัญหาเรื่องความร้อน เนื่องจากหลังคาโลหะกันความร้อนได้น้อยมาก และมีปัญหาเรื่องเสียงในเวลาฝนตก

จากเรื่องของแบบและวัสดุที่ใช้มุงหลังคาที่อธิบายคร่าวๆ กันไปแล้ว จากนี้เรามาดู 5 ปัญหาที่พบบ่อย ๆ เรื่อง รับซ่อมหลังคารั่ว และวิธีแก้ไขกันค่ะ

- น้ำฝนรั่วบริเวณรางน้ำตะเข้ สาเหตุเกิดจากรางน้ำตะเข้เป็นสนิม ผุกร่อน แผ่นโลหะพับ ทำให้ความลึกของท้องรางน้อยเกินไป แก้ไขด้วยการเปลี่ยนรางให้มีท้องรางลึกและกว้างขึ้น ช่วยในการระบายน้ำ และต้องเป็นแบบปลอดสนิม

- น้ำฝนรั่วบริเวณอุปกรณ์ยึด อุปกรณ์ยึด เช่น ตะปูเกลียว แหวนยางแห้ง หมวกสังกะสีเป็นสนิม เสื่อมสภาพ แก้ไขเบื้องต้นด้วยการถอดหมวกสังกะสี แหวนยาง ใช้ซิลิโคนอุดรู และใส่แหวนยางและหมวกสังกะสีลงไป แต่เพื่อการป้องกันในระยะยาวควรเปลี่ยนอุปกรณ์ยึดใหม่ด้วย

- น้ำฝนรั่วบริเวณปูนปั้น ปูนทรายแตกร้าว น้ำฝนรั่วเข้าไปตามรอยแตกร้าว แก้ไขด้วยการสกัดปูนทรายออก ทำความสะอาด ซึ่งทีมงานรับซ่อมหลังคารั่วมืออาชีพส่วนใหญ่ มักใช้วัสดุแผ่นปิดรอยต่อเสริมขึ้นมาก่อนจะใช้ปูนทรายปิด

- น้ำฝนรั่วจากแผ่นกระเบื้อง กระเบื้องเกิดรอยแตกร้าว สังเกตได้ตอนฝนรั่วหรือมีแสงส่อง ควรใช้ซิลิโคนคุณภาพสูง โป๊วรอยแตก

- น้ำฝนรั่วบริเวณชายคา ชายกระเบื้องยื่นเลยชาคาน้อยเกินไป จนเกิดความลาดเอียงของหลังคาน้อย ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน ควรทำการต่อเติมและปรับให้สมดุลไม่ลาดเอียงจนเกินไป

นอกจากนี้ ทางแก้ไขปัญหาอีกทางหนึ่ง ของบ้านที่อยากลดปัญหาหลังคารั่วให้มากที่สุด อาจจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลหลังคา ทาเคลือบทับลงไปโดยตรง เพื่อเป็นการลดโอกาสการสึกกร่อนให้มากที่สุด หรือลองปรึกษากับทีมงานรับซ่อมหลังคารั่วที่มีความชำนาญดูก็ดีนะคะ ปัญหาหลังคารั่วกวนใจ จะได้ได้รับการแก้ไขอย่างมืออาชีพ และไม่กลับมารั่วซ้ำอีกให้ต้องหนักใจ

Visitors: 13,600